แสดงทั้งหมด 5 ผลลัพท์

เตารีด


เตารีด

          เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกำจัดรอยยับบนเสื้อผ้าโดยใช้ความร้อน, รูปร่างเป็นอุปกรณ์ที่มีฐานล่างเป็นโลหะเรียบรูปสามเหลี่ยม และด้านบนมีมือจับ โดยวิธีใช้ทั่วไปจะต้องทำให้เตารีดร้อน แล้วจึงนำไปรีดบนรอยยับ เส้นใยผ้าจะคลายตัวเมื่อเจอกับความร้อน เมื่อถูกรีด น้ำหนักที่กดทับจะทำให้เส้นใยถูกยืดเป็นแนวตรง เมื่อความร้อนหมดไป เส้นใยจะคงรูปร่างที่เรียบเอาไว้ โดยเส้นใยบางชนิด เช่น ฝ้าย จะต้องใช้น้ำร่วมกับความร้อนในการรีดด้วย

เตารีดมีกี่แบบ

  • เตารีดแบบธรรมดานิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะวิธีใช้ง่ายแสนง่าย มีปุ่มสำหรับปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับผ้าแต่ละชนิด เมื่อความร้อนถึงกำหนด อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิจะตัดทันทีโดยอัตโนมัติ
  • เตารีดแบบไอน้ำ พัฒนาขึ้นมาจากเตารีดแบบธรรมดา ส่วนประกอบจึงคล้ายกันแต่ทำงานสะดวกกว่า มีภาชนะสำหรับเก็บนำเพื่อผลิตเป็นไอน้ำให้กับผ้าที่ต้องการรีด ทำให้ไม่จำเป็นต้องพรมน้ำให้กับผ้า แต่กำลังไฟที่ใช้จะสูงกว่าเตารีดแบบธรรมดา
  • เตารีดแบบกดทับ มีใช้กันไม่มากนัก เพราะราคาค่อนข้างสูง แต่ทำให้รีดผ้าจำนวนมากได้ในเวลาอันรวดเร็ว เหมาะสำหรับการใช้งานในร้านซักรีด เตารีดแบบนี้ใช้พลังงานโดยรวมน้อยกว่าเตารีดแบบธรรมดาและแบบไอน้ำ

วิธีใช้เตารีดอย่างไรให้ประหยัดไฟ

  • ตรวจดูหน้า(สัมผัสของเตารีด)หากมีคราบสกปรกให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดออกเพราะคราบสกปรกจะเป็นค่าต้านทานความร้อนทำให้สิ้นเปลืองไฟฟ้าในการเพิ่มความร้อนมากขึ้น
  • เก็บผ้าที่รอรีดไว้ให้เรียบร้อย ทำให้ผ้ายับน้อยที่สุดตั้งแต่เวลาซักและเวลาตากดึงผ้าให้ตึง จะทำให้รีดง่ายและ ประหยัดพลังงาน
  • ก่อนจะรีดควรแยกประเภทของผ้าไว้เสมอ เพื่อความสะดวกในการเลือกรีดก่อนหรือหลัง
  • รวบรวมผ้าที่จะรีดแต่ละครั้งให้มากพอ ไม่ควรรีดทีละชุด เพราะในการเสียบปลั๊กแต่ละครั้งจะมีช่วงสิ้นเปลืองไฟ ในเวลาที่รอให้ความร้อนสูงถึงระดับ
  • ไม่ควรพรมน้ำมากจนเกินไป เพราะจะทำให้สูญเสียความร้อน
  • เริ่มจากการรีดผ้าบางๆ หรือผ้าที่ต้องการความร้อนน้อยก่อน พอเตารีดเริ่มร้อนขึ้นแล้วจึงรีดผ้าที่ต้องการความร้อนสูง
  • ควรถอดปลั๊กก่อนเสร็จสิ้นการรีดประมาณ 3-4 นาที เพราะความร้อนที่เหลืออยู่ในเตารีดไฟฟ้ายังสามารถรีดผ้าชนิดที่ไม่ต้องการความร้อนมาก เช่น ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น

หลักการเลือกเตารีดที่ควรซื้อนำมาใช้งาน

ควรเลือกแบบที่สามารถพ่นไอน้ำออกมาในขณะรีด หรือพูดง่ายๆคือ เราควรเลือกซื้อเตารีดไอน้ำดีกว่าเตารีดไฟฟ้าทั่วไป เนื่องจากเวลารีดไม่ต้องมาเสียเวลาพรมน้ำหรือฉีดน้ำให้ยุ่งยากอีก ทำให้สามารถรีดได้เร็วขึ้น เรียบง่ายขึ้น แต่ก็ควรเลือกแบบที่มีระบบให้เลือกว่าจะใช้หรือไม่ใช้ไอน้ำ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ที่เห็นมีจำหน่ายก็ทำได้เกือบทุกรุ่น
ควรเลือกเตารีดแบบที่สามารถปรับระดับความร้อนสำหรับผ้าหลากหลายชนิด เนื่องจากเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ทุกวันนี้มีหลายแบบหลายแนว ถ้ามีเตารีดไฟฟ้าที่ซื้อมาเครื่องเดียวใช้ได้ทุกเนื้อผ้าย่อมเป็นการสะดวกกว่ามาก
ควรเลือกแบบที่มีการเคลือบสารป้องกันเนื้อผ้าติด ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก การที่เนื้อผ้าติดเวลารีดแปลว่ามีการละลายของเส้นใยสังเคราะห์ หรือเกิดปัญหาการไหม้ของเนื้อผ้าขึ้นแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างน้อยก็ทำให้ผ้าขึ้นเงา ถ้าเสียหายมากก็ถึงขั้นทำให้ผ้าขาดเป็นรู แม้แต่เตารีดไอน้ำก็สามารถเกิดเหตุนี้ได้ หากไม่มีการเคลือบสารป้องกันการติดของเนื้อผ้า
มีเตารีดไอน้ำพกพาแบบไร้สายเอาไว้ด้วยก็เป็นเรื่องดี เตารีดไฟฟ้าแบบที่ไม่จำเป็นต้องเสียบสายไฟตลอดเวลาก็ทำงานได้เป็นเครื่องใช้ที่น่าสนใจ จริง ๆ มันเหมาะกับการพกไปใช้นอกบ้านเวลาเราอยากให้เสื้อผ้าเรียบร้อย แต่มันยังมีข้อดีอีกอย่างก็คือ มีขนาดเล็กเราสามารถใช้ซอกซอนในจุดเล็กซอกน้อยที่เตารีดเครื่องใหญ่รีดไม่สะดวกได้ และที่น่าสนใจคือมันไม่มีสายมาเกะกะทำให้รีดผ้าได้สะดวก และยังมีน้ำหนักเบาถนอมเนื้อผ้าอีกด้วย

การปฐมพยาบาลบาดแผลถูกความร้อน

  • ใช้น้ำเย็นราดส่วนที่บาดเจ็บนาน 10 นาที เพื่อหยุดอันตรายจากการถูกความร้อนและบรรเทาปวด
  • ถอดเครื่องประดับ นาฬิกาหรือแหวนที่รัดส่วนที่บาดเจ็บออกก่อนที่จะเริ่มบวม
  • อย่าใช้พลาสเตอร์ปิดหรือพันแผล อย่าเจาะแผลพองหรือรบกวนส่วนที่บาดเจ็บ อย่าทาโลชั่น ขี้ผึ้ง ครีม หรือไขมัน บนส่วนที่บาดเจ็บ
  • ปิดบาดแผลชั่วคราวด้วยผ้าทำแผลที่ปลอดเชื้อ หรือวัสดุที่สะอาดไม่เป็นขุย
  • ถ้าปวดให้รับประทานยาแก้ปวดได้ หากปวดรุนแรงให้ไปพบแพทย์

แวะชมสินค้าของเราได้ที่ www.homehub.co.th