แสดงทั้งหมด 9 ผลลัพท์

เครื่องซักผ้า

เครื่องซักผ้า

เครื่องซักผ้า LG #FC1408D4W

฿27,990

เครื่องซักผ้า

เครื่องซักผ้า LG #FV1409S2B

฿27,990
ขายดี
เครื่องซักผ้าฝาบน

เครื่องซักผ้า

เครื่องซักผ้า LG T2313VSPM.ASFPETH

฿9,690

เครื่องซักผ้า

          เครื่องซักผ้า อุปกรณ์แห่งความสะดวกสบาย ตัวช่วยขจัดความสกปรก ให้หมดไปจากเสื้อผ้าของเรา แล้วถ้าเครื่องซักผ้าไม่ได้กำจัดแค่คราบสิ่งสกปรก แต่กลับทิ้งเชื้อโรคให้หมักหมมรวมตัวอยู่ในเครื่องซักผ้าล่ะ เราจะสามารถรับมือได้อย่างไรบ้าง

วิธีทำความสะอาดเครื่องซักผ้าง่ายๆ

          เตรียมน้ำส้มสายชู หรือน้ำยาซักผ้าขาว, เบกกิ้งโซดา, แปรง และผ้าไมโครไฟเบอร์ เติมน้ำร้อนลงในเครื่องซักผ้า (ควรปรับการตั้งค่าสำหรับน้ำร้อน ถ้ามี*) แล้วตั้งค่ารอบการปั่นแบบปกติตามสมควร เติมน้ำส้มสายชู หรือน้ำยาซักผ้าขาวลงไป ปิดฝาแล้วให้เครื่องซักผ้าปั่นไว้สักพัก ชิ้นส่วนใดที่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ ให้ถอดออกมาทำความสะอาด โดยใช้แปรง และผ้าไมโครไฟเบอร์ หลังจากปั่นครบจำนวนเวลา ให้เติมเบกกิ้งโซดาลงไป จากนั้นให้เครื่องซักผ้าปั่นอีกครั้ง เมื่อเครื่องซักผ้าปั่นจนเสร็จแล้ว ให้เช็ดด้านข้างและด้านล่างของถังด้วยน้ำส้มสายชู เพื่อกำจัดสิ่งตกค้างเป็นครั้งสุดท้าย

ใส่ใจเสื้อผ้าก่อนลงเครื่องซักผ้า

          สิ่งแรกเลยเราต้องทำความเข้าใจในความสามารถของเครื่องซักผ้ากันก่อนว่า มันไม่เหมาะสำหรับการซักเสื้อผ้าที่ต้องการความพิถีพิถันในการดูแลรักษาเป็นพิเศษ อย่างเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าไหม ผ้าแพรชีฟอง หรือผ้าลูกไม้เหล่านี้ไม่ควรนำมาปั่นด้วยเครื่องซักผ้าเองเด็ดขาดค่ะ และอีกประเด็นที่ต้องเข้าใจก็คือ เครื่องซักผ้าไม่สามารถเน้นซักคราบสกปรกเฉพาะจุดบนเสื้อผ้าได้แต่อย่างใด แต่เหมาะที่จะซักเสื้อผ้าที่ไม่สกปรกมาก ทางที่ดีควรใช้มือขยี้หรือใช้แปรงเพื่อขจัดคราบสกปรกตามปกเสื้อและปลายแขนให้สะอาดก่อนแล้วค่อยใส่เครื่องซักหรือจะใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบมาป้ายๆ เอาคราบสกปรกออกก่อนก็เวิร์คดีนะ

สิ่งที่เราควรใส่ใจเวลาจะซักผ้าด้วยเครื่อง

  1. จับๆ ล้วงๆ ตามกระเป๋าเสื้อ และกางเกงทุกตัวก่อนเพื่อสำรวจหาวัตถุสิ่งของที่คุณอาจลืมไว้
  2. กลับเสื้อผ้า...โดยกลับเอาด้านในออกมาให้หมดทุกตัว
  3. ติดกระดุมและรูดซิปเสื้อผ้าทุกชิ้น กรณีที่กระดุมหรือตะขอเริ่มหลุดลุ่ยก็ควรซ่อมแซมก่อน
  4. มองหาคราบสกปรกที่ดูจะฝังแน่นเกินกว่าความสามารถของเครื่องจะซอกซอนทำความสะอาดได้ อย่างเช่น คราบไคลบนปกเสื้อ แขนเสื้อ หรือคราบอาหารอย่างหยดชา กาแฟ เป็นต้น ถ้าเจอแบบนี้ก็ต้องลงมือซักเองก่อน หรือง่ายๆ แค่ป้ายน้ำยาขจัดคราบ (Stain Remover) ก่อนสักพัก แล้วค่อยหย่อนใส่ถังซักก็เป็นวิธีที่ฉลาดสุดๆ !
  5. ก่อนน้ำเสื้อผ้าลงถังซัก เพื่อเป็นการถนอมเสื้อผ้า หากมีถุงซักผ้า ให้นำเสื้อผ้าใส่ถุงซักผ้าก่อนตามขนาด ปริมาณที่เหมาะสมและประเภทของถุงซักผ้า
  6. นำเสื้อผ้าลงถังซัก โดยปริมาณของเสื้อผ้าที่จะซักนั้น ก็ต้องตามขนาดและความจุหรือน้ำหนักที่เหมาะสมกับตัวถังเท่านั้น
  7. นำสารซักฟอกหรือผลิตภัณฑ์ซักผ้ามาใส่ในเครื่องซักผ้าตามคำแนะนำของเครื่องซักผ้าของรุ่นนั้นๆ
  8. ตั้งโปรแกรมการซักในแบบที่ต้องการ... โดยเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ๆ มักจะถูกออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่นหลากหลายให้เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกันไป แต่ถ้าไม่รู้จะใช้โปรแกรมไหนฟังก์ชั่นอะไร ก็เลือกโหมดอัตโนมัติเถอะค่ะ เพราะเป็นอะไรที่เวิร์คสุดๆ อยู่แล้ว ! แบบว่าพอตั้งโปรแกรมเสร็จปุ๊บ เครื่องก็จะทำการแช่ผ้า ซักล้าง แช่น้ำยาปรับผ้าให้นุ่ม ปั่นหมาด ครบถ้วนตามขั้นตอนเลยทีเดียว
  9. เมื่อเครื่องซักเสร็จแล้วก็ให้นำเสื้อผ้าออกมาสะบัดๆ แล้วตากลมให้แห้งอีกนิดหน่อย ก็เป็นอันจบขั้นตอนงานซักผ้าแล้ว

เคล็ดลับ ยืดอายุการใช้งานเครื่องซักผ้าให้นานขึ้น

          การซักผ้า เป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของทุกคน ซึ่ง เครื่องซักผ้า นับได้ว่าเป็นไอเท็มที่ถูกใช้งานหนัก เฉลี่ยอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง การใช้งานอย่างไม่ระมัดระวัง อาจทำให้เครื่องซักผ้าเสื่อมสภาพ และมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าที่ควร

          การไม่ดูแลเครื่องซักผ้าให้ดี ยังทำให้เกิดเชื้อรา และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่อาจนำมาซึ่งโรคได้อีก แอลจี จึงได้แนะนำ 5 เคล็ดลับ ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องซักผ้า ให้ผู้บริโภคทำตามกันได้ง่ายๆ เพื่อป้องกันการเสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการซ่อมอย่างไม่จำเป็น

  1. ซักผ้าในปริมาณที่เหมาะกับความจุของถังซัก ตรวจสอบคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับความจุของถังซักต่อการซักผ้าหนึ่งครั้งจากคู่มือการใช้งาน หากใส่เสื้อผ้าในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้การทำงานของเครื่องซักผ้าเสียสมดุลและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  2. ไม่ควรซักผ้าติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้งต่อวัน เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องซักผ้าทำงานหนักจนเกินไป แต่หากจำเป็นต้องใช้งานเครื่องซักผ้าเกินกว่า 2 ครั้งต่อวัน ควรเว้นระยะเวลาให้เครื่องซักผ้าได้หยุดพักสักครู่ ก่อนการใช้งานในรอบถัดไป
  3. เปิดประตูเครื่องซักผ้าทิ้งไว้หลังจากการซักทุกครั้ง เพื่อให้อากาศสามารถไหลเวียนเข้าไปในถังซักได้สะดวก พร้อมช่วยระบายความชื้นและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกไป รวมถึงป้องกันการก่อตัวของเชื้อราที่อาจติดไปกับเสื้อผ้า ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคผิวหนังหลายชนิด เช่น กลาก เกลื้อน
  4. ทำความสะอาดช่องใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยน้ำอุ่นก่อนการซักในครั้งถัดไป หลังการซักผ้าในแต่ละครั้ง เรามักจะพบกับปัญหาคราบผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ละลายไม่หมดตกค้างอยู่ หากปล่อยไว้นาน ผงซักฟอกจะรวมตัวกับคราบไคลจากเสื้อผ้าและเกิดเป็นเชื้อราได้ จึงควรทำความสะอาดให้หมดจดด้วยการล้างน้ำอุ่น
  5. ทำความสะอาดตัวกรองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขจัดสิ่งที่สามารถทำให้ตัวกรองระบายน้ำทิ้งเกิดการอุดตันออกไป เช่น เส้นผม ใบเสร็จ หรือเศษเหรียญที่อาจลืมเอาออกจากกระเป๋าเสื้อและกางเกงก่อนนำไปซัก เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำออกจากตัวเครื่องได้ดียิ่งขึ้น
  6. ควรล้างถังซักทุก 1-2 เดือน สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า และทุก 2 สัปดาห์ สำหรับเครื่องซักผ้าฝาบน เพื่อกำจัดเชื้อโรค คราบผงซักฟอก คราบน้ำยาปรับผ้านุ่ม และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อาจก่อปัญหาติดเป็นคราบอยู่ตามเสื้อผ้าหลังการซักได้ โดยสามารถทำความสะอาดถังซักได้ง่ายๆ ด้วยการเลือกใช้งานโปรแกรม Tub Clean

แวะชมสินค้าของเราได้ที่ www.homehub.co.th