แสดงทั้งหมด 12 ผลลัพท์

ทีวี

LED ทีวี Digital TV

HAIER ทีวี LED #LE50M9000U

฿16,990

LED ทีวี Digital TV

LG ทีวี LED #55UP7700PTB.ATM

฿27,990
ขายดี
14% 
LED SHARP #2T-C50AD1X

LED ทีวี Digital TV

SHARP ทีวี LED #2T-C50AD1X

฿7,990
สนใจสินค้าโทร
สาขาอุบลราชธานี : 045-319500 , 045-319544
สาขาวารินชำราบ : 045-319522
สาขาชยางกูร : 045-319533
สาขาขอนแก่น : 043-472666
สาขาอุดรธานี : 042-215222

LED ทีวี Digital TV

SHARP ทีวี LED #2T-C50AE1X

฿14,990

คิดจะซื้อทีวี..ต้องรู้อะไรก่อนบ้าง

          กลายเป็นปัญหาโลกแตกไปแล้ว สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะ ซื้อทีวี ใหม่ เพราะไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไรดี เห็นพนักงานขายบอกว่า ประเภทจอทีวี มีทั้ง LCD, LED, OLED, QLED และยังมีเรื่องความละเอียดของจอภาพแบบ 4K, 8K ถ้าเยอะขนาดนี้แล้วไม่รู้ว่าจะ ซื้อทีวี แบบไหน ขนาดเท่าไหร่เหมาะสม เอาเป็นว่ามาทำความรู้จักกับ ประเภททีวี ต่างๆกันก่อน เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตัดสินใจซื้อทีวีเครื่องใหม่มาใช้งาน

LED TV (Light Emitting Diode)

          เป็นทีวีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด ต่อยอดมาจาก LCD โดยใช้หลอดไฟ LED ขนาดจิ๋ว 3 สี ได้แก่ สีแดง น้ำเงิน และเขียว เป็นตัวกำเนิดแสง ให้แสงสว่างได้ดีว่า LCD กินไฟน้อยกว่า และตัวเครื่องมีความบางยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่ที่ซับซ้อนไปกว่านั้น LED TV ยังมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ โดยไล่เรียงกันไปตามประสิทธิภาพจากน้อยไปหามาก ไม่ว่าจะเป็น Edge LED, Full LED และ RGB LED ซึ่งราคาก็จะเพิ่มขึ้นไปตามประสิทธิภาพในการแสดงผล

          นอกจากนี้ก็ยังมีคำอื่นๆ ที่เราจะได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง เช่น OLED TV (Organic Light Emitting Diode) ทีวีสมัยใหม่ที่เม็ดพิกเซลสามารถให้กำเนิดแสงได้เองคล้ายกับ Plasma ไม่ต้องพึ่งหลอดไฟเหมือน LCD หรือ LED จุดเด่นของจอภาพชนิดนี้คือมีลักษณะคล้ายแผ่นฟิล์ม มีความบางและความยืดหยุ่น สามารถพัฒนาหน้าจอให้มีความโค้งได้แถมยัง กินไฟน้อย ส่วน QLED TV (Quantum-Dot Light-Emitting Diode) นวัตกรรมทีวีล่าสุดที่นำเทคโนโลยี Quantum Dot มาใช้แทนหลอด Diode แบบเก่า จอภาพสามารถแสดงสีสันได้สมจริง ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะสว่างหรือมืด ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยย่อมตามมาด้วยราคาที่สูงขึ้นนั่นเอง

          สำหรับ QLED TV ของซัมซุง มีลูกเล่นใหม่ที่น่าสนใจอีกแล้ว นั่นคือ Ambient Mode หรือโหมดสร้างบรรยากาศใหม่ๆให้โทรทัศน์เมื่อปิดเครื่อง โดยเมื่อสั่งปิด จอภาพจะแสดงภาพที่ปรากฏให้กลมกลืนเหมือนกับฉากด้านหลัง เช่น ลวดลายบนผนังจริงเป็นลายอิฐโชว์แนว หน้าจอสามารถนำลวดลายของผนังที่อยู่ด้านหลังเพื่อมาแสดงผลบนจอได้ (ด้วยการถ่ายรูปและสร้างภาพผ่านแอพพลิเคชั่น SmartThings ) นอกจากนี้สามารถนำนาฬิกา พยากรณ์อากาศ รวมถึงข่าวสารต่างๆมาแสดงผลบนหน้าจอได้อีกด้วย

The Wall Modular MicroLED TV

          นวัตกรรมสุดล้ำของซัมซุง ซึ่งเป็นหน้าจอแบบโมดูลาร์ ไมโครแอลอีดี ที่มีแหล่งกำเนิดแสงในตัว (Self-emitting Modular MicroLED) สามารถสร้างระดับความสว่างได้สูงมาก มีความคมชัดสมจริง และให้สีสันสดใสมีชีวิตชีวา และด้วยหน้าจอที่เป็นโครงสร้างแบบโมดูลาร์นี้ สามารถนำมาเรียงต่อกันเพื่อประกอบเป็นจอภาพขนาดใหญ่ หรือรูปแบบต่างๆได้ตามใจเราปรารถนา คล้ายๆกับการต่อเลโก้นั่นเอง เทคโนโลยีไมโครแอลอีดีที่ใช้ในเดอะวอลล์ จึงเปรียบเหมือนการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้วงการเทคโนโลยีจอภาพในอนาคตก็ว่าได้

ความละเอียดของจอภาพ และ 4K, 8K คืออะไร

          ความละเอียดของจอภาพ (Resolution) เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเลือกซื้อทีวีสมัยใหม่ โดยความละเอียดของจอภาพทีวีบ้านเราก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น

  • HD (1366 x 768 Pixel) เป็นมาตรฐานความละเอียดของจอภาพเบื้องต้น นอกจากนี้ราคาทีวียังไม่แพงอีกด้วย
  • Full HD (1920 x 1080 Pixel) ความละเอียดที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ช่วยในการดูภาพยนตร์ คอนเทนต์หรือรายการทีวีระบบดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • UHD (Ultra High Definition) หรือ 4K มีความละเอียดอยู่ที่ 3840 x 2160 Pixel สูงกว่า Full HD ถึง 4 เท่า ซึ่งประโยชน์ของการแสดงภาพในความละเอียดระดับนี้ ช่วยให้เราได้ชมภาพที่มีความคมชัดสมจริง และปัจจุบันคอนเทนต์หรือภาพยนตร์ที่ให้บริการเป็น 4K มีมากขึ้นเป็นลำดับ
  • 8 K TV มาพร้อมความละเอียดสูงสุดถึง 7680 x 4320 Pixel มากกว่าเทคโนโลยีแบบ Full HD ถึง 16 เท่า แต่ต้องยอมรับว่าคอนเทนต์ต่างๆ ที่มีการถ่ายทำด้วยความละเอียดสูงขนาดนี้ยังแทบไม่มีให้เห็น และราคาทีวียังค่อนข้างสูงมาก พูดง่ายๆว่าเกินความจำเป็นสำหรับบ้านพักอาศัย

ระยะห่างและขนาดทีวีก็สำคัญนะ

          หลายท่านอาจไม่เคยวางแผนมาก่อนว่า จะเลือกตำแหน่งวางทีวีเครื่องใหม่ในระยะห่างเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมที่สุด บางคนอาจคิดไปเองว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ยิ่งทำให้เห็นภาพที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว หากเราวางทีวีไว้ในระยะห่างที่เหมาะสม จะช่วยให้เราได้เห็นภาพที่คมชัดสมจริง และยังดูเหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามตั้งอยู่ภายในบ้านอีกด้วย ดังนั้นขนาดของห้องที่จะนำทีวีไปจัดวางก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรมองข้าม

  • ทีวีขนาดต่ำกว่า 32 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ประมาณ 1.5 เมตร หรือน้อยกว่า
  • ทีวีขนาด 32-40 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ประมาณ 1.5 ถึง 2 เมตร
  • ทีวีขนาด 42-48 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ประมาณ 2 ถึง 2.5 เมตร
  • ทีวีขนาด 50-55 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ประมาณ 2.5 เมตร
  • ทีวีขนาด 55 นิ้วขึ้นไป ระยะห่างควรอยู่ประมาณ 2.5 ถึง 3 เมตรขึ้นไป

ประเภทของทีวี

          - Smart TV หรือทีวีอัจฉริยะ มีแอพพลิเคชั่นให้เลือกใช้มากมาย จะว่าไปก็คล้ายกับ Smart Phone นั่นเอง แต่ Smart TV จะเป็นการรวมฟังก์ชั่นการทำงานของทั้งทีวี คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เนตเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้นอกจากการดูทีวีทั่วไปแล้ว ยังสามารถ ดูหนัง ฟังเพลงผ่าน Youtube ได้ เล่นเกม เล่นอินเตอร์เน็ต โพส Facebook twitter หรือคุยกับเพื่อนผ่าน Skype ได้ อีกทั้งยังติดตาม อ่านข่าวสารออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ไปพร้อมกับการชมรายการทีวีระบบปกติได้อีกด้วย และ Smart TV บางรุ่นยังสามารถรองรับการแสดงภาพแบบ 3 มิติได้ด้วย โดยต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเข้ากับทีวี
          - ทีวี 3 มิติ หรือ 3D TV (3 Dimension) เป็นทีวีที่สามารถเห็นภาพแบบมีมิติ ตื้น ลึก หนา บาง และลอยได้อย่างชัดเจน จึงทำให้ภาพมีความสมจริง และได้อรรถรสในการรับชมมากกว่าจอแบบ 2 มิติจากทีวีธรรมดา เพราะทีวี 3 มิติจะให้ความรู้สึกคล้ายว่าเราไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ แต่การดูทีวี 3 มิตินี้ ก็ต้องใช้แว่นชมทีวี 3 มิติ เป็นอุปกรณ์ช่วยด้วย หากไม่ใช้แว่น 3 มิติ อาจทำให้สายตาเสียได้ ซึ่งรูปแบบการแสดงผลทีวีแบบ 3 มิติ สามารถแบ่งออกได้อีก 3 แบบคือ แบบ Anaglyphic 3D หรือ ภาพ 3 มิติแบบแว่น 2 สี (Passive) คือ สีน้ำเงิน-แดง, แบบ Polarized 3D หรือ ภาพ 3 มิติแบบสลับเส้นเลขคู่เลขคี่ (3D Passive) ต้องใช้แว่นตาแบบ Polarized Glasses เป็นแว่น 3 มิติแบบไม่ต้องใส่ถ่าน ซึ่งจอ 3 มิติประเภทนี้เป็นเทคโนโลยีเดียวกับโรงภาพยนตร์ IMAX, แบบ Frame Sequential 3D เป็นการส่งเฟรมภาพซ้าย-ขวาสลับกัน (3D Active) ทำให้ภาพมีมิติ และให้ความคมชัดสูง แว่น 3 มิติที่ใช้ ต้องเป็นแบบใส่ถ่าน


แวะชมสินค้าของเราได้ที่ www.homehub.co.th