Showing 1–20 of 24 results


ท่อ PVC

          ท่อ PVC (PVC) เป็นชื่อเรียกที่คนทั่วไปรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี PVC ย่อมาจากคำว่า โพลีไวนิลคลอไรด์ (Polyvinyl chloride) ผลิตขึ้นตามมาตรฐาน มอก.17-2532 เป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง ที่ทนต่อแรงดันน้ำได้ดี มีส่วนผสมป้องกันรังสี UV ทนต่อการกัดกร่อนของกรดหรือด่าง

          นอกจากนี้ยังปลอดภัยจากสารเคมี และทนความร้อน 60 องศา มีผิวมันเรียบช่วยให้การไหลของน้ำได้ดี มีน้ำหนักเบาและราคาถูกโดยมีหน่วยระบุถึงความสามารถในการรับแรงกดดันได้ของท่อเป็นกิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร

          อาทิเช่น มาตรฐาน ท่อ PVC ขนาด 8.5 หรือ 13.5 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร (PVC-8.5 หรือ PVC-13.5) สามารถใช้เป็นท่อประปาสำหรับน้ำดื่มหรือระบบปั๊มน้ำต้องรับแรงดันน้ำมาก สำหรับท่อระบายน้ำทิ้งซึ่งไม่มีแรงดันน้ำ นิยมใช้มาตรฐานท่อขนาด 5 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร (PVC-5)

คุณสมบัติเด่น

  1. ทนทานต่อแรงดันและแรงกด มีความเหนียว ยืดหยุ่นตัวดี และผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรม จึงสามารถทนแรงดันน้ำภายในท่อ และแรงกดนอกเส้นท่อได้เป็นอย่างดี
  2. ทนต่อสภาพกรดด่าง ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดและด่างอ่อน จึงหมดปัญหาเรื่องสนิมกัดกร่อน ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนาน
  3. ปราศจากสารพิษ น้ำที่ได้จึงไม่มีสารปนเปื้อนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสี กลิ่น รส
  4. ไม่เป็นสนิม ไม่รั่ว ไม่เปราะ
  5. เป็นท่อ อโลหะ จึงไม่เป็นตัวนำไฟฟ้าเมื่อเกิดกระแสไฟฟ้ารั่ว
  6. ทนทานต่อแสงอุลตร้าไวโอเล็ต (UV) การผสมปริมาณไทเทเนี่ยมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) ที่เหมาะสม จึงสามารถป้องกันรังสี UV ที่ทำให้เกิดการแตกกรอบ
  7. น้ำหนักเบา น้ำหนักเบากว่าท่อเหล็กชุบสังกะสีถึง 5 เท่า
  8. มาตรฐาน มอก. ได้รับรองมาตรฐานกระทรวงอุตสาหกรรม มอก.
  9. ความยาวมาตรฐานของท่อ 4 เมตร

ข้อดีของท่อ PVC

  • ท่อสามารถใช้ในการลำเลียงน้ำได้ดีเหมาะสำหรับงานประปาทุกชนิด
  • สามารถกันไฟฟ้าและสารเคมีได้บางชนิด
  • มีความเหนียวทนทานสามารถใช้งานในตัวอาคารได้ดี เหมาะกับงานที่ต้องรับแรงดันน้ำได้
  • ติดตั้งได้ง่ายโดยใช้แค่กาวทาท่อกับอุปกรณ์ข้อต่อเท่านั้น
  • อายุการใช้งานยาวนานกว่า 50 ปีทำให้ค่าบำรุงรักษาน้อย
  • น้ำหนักเบาหากเทียบกับวัสดุประปาเช่นท่อเหล็ก
  • ราคาถูกกว่าท่อเหล็ก

ข้อเสียของท่อ PVC

  • ท่อ PVC มีความเปราะ หากใช้งานนอกเหนือจากการประปาที่ผู้ผลิตกำหนดไว้แล้วอาจจะทำให้ท่อแตกได้
  • ไม่เหมาะต่ออุณหภูมิสูงโดยเฉพาะการลำเลียงน้ำร้อน
  • มีความทนทานต่อแสงแดดต่ำ ทำให้ไม่สามารถใช้กลางแจ้งได้โดยตรง (ต้องทาสีขาว หรือฝังดิน)
  • ขนส่งลำบากเพราะมีขนาดยาว (ไม่สามารถใช้รถเก๋ง หรือส่งทางไปรษณีย์ได้)

ขนาดและชั้นความดันท่อ PVC

          ท่อ PVC มีขนาดมาตรฐานเริ่มตั้งแต่ ½” ถึง 12” โดยขนาดท่อ PVC ที่ทุกคนเรียกกันไม่ว่าจะ ½” หกหุน หรือ 80 มม. เป็นขนาดที่เรียกว่า ‘ขนาดระบุ’ หรือขนาดที่ช่างมีไว้เรียกสินค้าซึ่งจะไม่ตรงกับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจริง– ขนาดท่อ PVC ที่ขายในตลาดพร้อมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง (OD) มีดังนี้

  • ½” (สี่หุน) หรือ 18 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 22 มม
  • ¾” (หกหุน) หรือ 20 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 26 มม
  • 1” หรือ 25 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 34 มม
  • 1¼” หรือ 35 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 42 มม
  • 1½” หรือ 40 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 48 มม
  • 2” หรือ 55 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 60 มม
  • 2½” หรือ 65 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 76 มม
  • 3” หรือ 80 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 89 มม
  • 4” หรือ 100 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 114 มม
  • 5” หรือ 125 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 140 มม
  • 6” หรือ 150 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 165 มม
  • 8” หรือ 200 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 216 มม
  • 10” หรือ 250 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 267 มม
  • 12” หรือ 300 มม. – เส้นผ่าศูนย์กลาง 318 มม

          สำหรับงานประปาในบ้าน ส่วนมากจะใช้ท่อ ½” ถึง 1” ยกเว้นแต่กรณีท่อน้ำทิ้งที่ใช้ขนาด 1½” หรือ 2” และท่อโสโครกที่จะใช้ท่อขนาด 4” อย่างไรก็ตามตัวอย่างที่ให้ไปนั้นเป็นแค่ข้อมูลตามการใช้งานทั่วไปอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับคนออกแบบระบบได้

          ท่อ PVC แต่ละขนาดจะมีสามชั้นความดัน (Class) ซึ่งชั้นความดันจะตัววัดว่าท่อรับแรงดันน้ำ (Working Pressure) ได้มากแค่ไหน ชั้นความดันของท่อจะมีดังต่อไปนี้

  • ท่อชั้น 5 รับความดันได้ 5 กก.ต่อตารางเซนติเมตร หรือ 5Bar หรือ 0.5 MPa หรือ 72.5 Psi
  • ท่อชั้น 8.5 รับความดันได้ 8.5 กก.ต่อตารางเซนติเมตร หรือ 8.5Bar หรือ 0.85 MPa หรือ 123 Psi
  • ท่อชั้น 13.5 รับความดันได้ 13.5 กก.ต่อตารางเซนติเมตร หรือ 13.5Bar หรือ 1.35 MPa หรือ 195 Psi

          ชั้นความดันของท่อ PVC ยังจะเป็นตัวบอกความหนาของท่ออีกด้วย ท่อแต่ละขนาดจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอก (OD) เท่ากัน (เช่นท่อ ½” ชั้น 8.5 กับ ท่อ ½” ชั้น 13.5 จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 22 มม. เหมือนกัน) แต่ท่อแต่ละชั้นความดันจะมีความหนาไม่เท่ากัน ความหนาของท่อจะส่งผลกระทบกับความสามารถในการรับแรงดันน้ำได้โดยตรง

          โดยที่ท่อ PVC ที่ใช้ในบ้านทั่วไปจะเป็นท่อชั้น 8.5 กับ 13.5 ท่อที่ใช้ฝังดินหรือฝังกำแพงส่วนมากจะเป็นท่อชั้น 13.5 ส่วนท่อชั้น 5 จะเหมาะกับการทำเป็นท่อเกษตรหรือท่อน้ำทิ้งเพราะเป็นการใช้งานที่ไม่ได้ใช้ความดันน้ำมาก ใช้แค่การลำเลียงน้ำเบื้องต้น ความยาวของท่อ PVC แต่ละเส้นอยู่ที่ 4 เมตร

สีของท่อ PVC บ่งบอกถึงอะไรได้บ้าง?

          ท่อ PVC สีเทา คือ ท่อที่ผลิตขึ้นเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ สามารถใช้ในการระบายน้ำทางการเกษตร และระบายน้ำสิ่งปฏิกูล เนื่องด้วย ท่อ PVC สีเทา ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สามารถรับแรงดันน้ำสูง ตัวท่อเองก็ไม่ได้มีความแข็งมากนัก จึงไม่เหมาะแก่การนำมาใช้ในระบบระบายน้ำถาวร สามารถใช้ระบายน้ำเพียงการชั่วคราวเท่านั้น
          ส่วนในเรื่องมาตรฐานอุตสาหกรรม ท่อPVC สีเทา ยังไม่ได้มีการกำหนดที่ชัดเจน หากนำไปใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะอาจมีสารเคมีที่เป็นพิษระบายออกมาด้วย ควรใช้ท่อตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ให้เหมาะสม

          ท่อ PVC สีเหลือง คือ ท่อที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 216-2524 มีวัตุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในงานร้อยสายไฟหรือสายโทรศัพท์โดยเฉพาะ มีความเป็นฉนวนไฟฟ้าสูง เหมาะกับงานระบบไฟฟ้าในที่ร่ม ตามอาคารบ้านเรือน แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานภายนอก

          ท่อ PVC สีขาว เป็นท่อที่มีคุณสมบัติเหมือนกับท่อ PVC สีเหลือง แต่ใส่สีเพื่อแบ่งประเภทการใช้งานไว้สำหรับการเดินสายไฟฟ้าแบบ “เดินลอย” ที่ไม่ได้ซ่อนหรือฝังอยู่ใต้พื้น ฝ้า หรือผนังอาคาร นอกจากนี้ยังนิยมทาสีทับเพื่อให้กลมกลืนไปกับสีของพื้นหรือผนังที่ติดอยู่

          ท่อ PVC สีฟ้า คือ ท่อที่คนส่วนใหญ่คุ้นหู คุ้นตา มากที่สุด และนิยมนำไปใช้ในงานระบบสุขาภิบาลภายในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นงานที่ต้องใช้รับแรงดันน้ำสูง หรือใช้กับปั๊มน้ำ ซึ่งมีขนาดของชั้นท่อให้เลือกตามความเหมาะสม ตั้งแต่ ชั้นคุณภาพ 5, 8.5, 13.5 ตามลำดับ

  • ท่อPVC สีฟ้า ชั้นคุณภาพ 5 หมายถึง ความสารถในการรับแรงดันน้ำได้ ปริมาณ 5 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
  • ท่อPVC สีฟ้า ชั้นคุณภาพ 5 หมายถึง ความสารถในการรับแรงดันน้ำได้ ปริมาณ 8.5 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
  • ท่อPVC สีฟ้า ชั้นคุณภาพ 5 หมายถึง ความสารถในการรับแรงดันน้ำได้ ปริมาณ 13.5 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
  • (ภายใต้อุณภูมิที่ 27 องศาเซลเซียส)

แวะชมสินค้าของเราได้ที่ www.homehub.co.th