แสดงทั้งหมด 6 ผลลัพท์

ประตู


ประตู

          ประตูบ้านนั้นมีหลายประเภทให้เลือกใช้งานโดยแต่ละประเภทก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน เพราะถูกผลิตมาจากวัสดุและวิธีการที่หลากหลาย โดยประตูส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบหลักเป็นไม้ เช่นประตูไม้จริงที่ถูกสร้างจากไม้ทั้งแผ่นจะมีทั้งไม้เนื้อแข็งและไม้เนื้ออ่อนที่ต้องเลือกใช้งานและบำรุงรักษาที่แตกต่างกันนอกจากนี้ยังมีประตูไม้ที่ออกแบบมาทดแทนการใช้ไม้เนื้อแข็งทั้งแผ่น ให้มีน้ำหนักเบาลงและประหยัดการให้เนื้อไม้ เช่นประตู HDF หรือประตูไม้สังเคราะห์ที่ปประกอบจากท่อนไม้ขนาดเล็กเข้ากับหลายๆส่วนแล้วปิดหน้าด้วยผิวสังเคราะห์ที่ให้ลายเสี้ยนไม้เหมือนไม้จริงแต่สามารถทำลวดลายและทาสีได้หลายหลายนั่นเอง

          โดยวันนี้จะพามาทำความรู้จักกับประตู HDF ที่นิยมใช้งานเพราะมีถูกกว่าประตูไม้จริงมาก ขนย้ายง่ายเพราะมีน้ำหนักที่เบากว่า ลวดลายให้เลือกมากกว่า และดูแลรักษาง่าย ประตู HDF เป็นบานประตูสำหรับงานภายในอาคาร ผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง โครงสร้างบานประตูHDF กรอบบานประตูHDF เป็นไม้จริงความหนา 35 มิลลิเมตร ความกว้างของกรอบบานไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร ส่วนนี้เป็นส่วนรับน้ำหนักของบานประตู ให้บานประตูไม่โก่งตัว โครงสร้างภายในกรอบบาน ประกอบด้วยชิ้นไม้ความหนาไม่น้อยกว่า 15 มิลลิเมตร (มาตรฐาน มอก.192-2549) สำหรับบานประตู HDF รุ่นทั่วไป โครงสร้างภายในเป็นชื้นไม้ MDF หรือ แผ่น Honey com

โครงสร้างภายในของประตู HDF จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้

  • โครงสร้างประตูแบบ Hollow core คือการนำไม้เป็นท่อนๆมาประกอบเข้าด้วยกัน ในส่วนขอบของประตูที่ต้องการความแข็งแรงจะใช้ไม้ที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 35 มม. และเสริมส่วนที่ต้องเจาะลูกบิดหรือใส่กลอนด้วยแผ่นไม้เพื่อให้ง่ายต่อการเจาะ และส่วนภายในที่ไม่ต้องรับแรงกระแทกมานักจะเป็นซี่ไม้ขนาดหนาไม่น้อยกว่า 15 มม. เรียงต่อและแถวเดียวกันโดยประตู HDF แบบ Hollow core จะมีน้ำหนักกว่าแบบไส้ลูกฟูกและทนทานมากกว่านั่นเอง
  • โครงสร้างประตูแบบ Honey comb หรือไส้กระดาษลูกฟูกลายรังผึ้งที่กรอบโดยรอบจะเป็นไม้หนาเหมือนแบบ Hollow core แต่ใส้ในเป็นกระดาษลูกฟูก ประเภทนี้จะมีน้ำหนักเบา ราคาถูก แต่แข็งแรง ทนทานน้อยกว่าแบบแรก

การใช้งานประตู HDF

  • ถึงแม้ประตู HDF จะดูแข็งแรง และมีผิวหน้าที่ดูเหมือนใช้งานได้ทุกส่วนของบ้านแต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรคำนึงก็คือ ไม่ควรใช้ในพื้นที่ที่เปียกน้ำเช่น ห้องน้ำ หรือประตูภายนอกบ้านที่ต้องเจอแดดเจอฝนเพราะผิวหน้าเป็นแผ่นไม้สังเคราะห์ทำสีที่ไม่ทนต่อการเปียกน้ำที่จะทำให้ไม่บวม ลอก พอง และโครงสร้างภายในอาจบิด งอหรือโกงได้ ดังนั้นจึงควรใช้งานในพื้นที่ภายใน/แห้ง เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น เป็นต้น (สามารถใช้งานบริเวณห้องน้ำเฉพาะที่แยกส่วนแห้งและเปียกอย่างชัดเจนได้)
  • ในด้านการทำสีนั้นส่วนใหญ่จะถูกผลิตมาจากโรงงานให้เลือกหลายสีหลายดีไซน์ ซึ่งหากต้องการนำไปทำสีเองก็สามารถทำได้เพราะโรงงานจะทาสีรองพื้นสีขาวมาเรียบร้อยจึงสามารถทาสีทับหน้าได้เลยโดยไม่ต้องทารองพื้นก่อนนั่นเอง
  • การเจาะลูกบิดสามารถทำได้ทั้งซ้ายและขวาซึ่งหากหาซื้อที่ร้านวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่จะเจาะลูกบิดทางขวามาสำเร็จรูปแต่เราสามารถเลือกแบบไม่เจาะลูกบิดเพื่อมาเจาะด้านที่ใช้งานได้ตามต้องการ
  • ประตู HDF นั้นสามารถใช้งานได้กับวงกบทั่วไป ทั้งวงกบไม้ วงกบ UPVC PVC หรือ WPC ได้ตามต้องการครับ

ข้อดีของบานประตู

  • โครงสร้างบานประตูHDF มีความแข็งแรง โครงสร้างบานประตูเป็นโครงไม้ที่รองรับแรงกระแทกได้ดี
  • รูปแบบานประตูHDF มีความสวยงาม ด้วยรูปแบบบานลูกฟักและบานเรียบเซาะร่อง
  • ผิวสัมผัสประตูHDF มีผิวสัมผัสลายเสี้ยนไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนลายไม้ธรรมชาติ และผิวสัมผัสบานเรียบกับการออกแบบสไตล์โมเดิร์น
  • ราคาประตูประตูHDF มีราคาถูกเมื่อเทียบกับประตูชนิดอื่น ประตูHDF มีราคาตั้งแต่ 700-2000 บาทขึ้นกับรูปแบบและขนาด ช่วยประหยัดงบประมาณ
  • ประตูHDF มีน้ำหนักเบา ติดตั้งได้ง่าย สามารถติดตั้งประตูHDFกับวงกบได้ทุกชนิด
  • สีของหน้าบานประตูHDF เป็นสีรองพื้นขาว สามารถพ่นหรือทาสีน้ำมันทับได้ทันทีโดยไม่ต้องทาสีรองพื้น ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำสีหน้าบานและประหยัดค่าใช้จ่าย

ข้อจำกัดของบานประตู

  • หน้าบานประตูHDF ทำจากใยไม้อัดแน่น ป้องกันน้ำและความชื้นต่ำ ต้องทาสีน้ำมันรอบตัวบานและส่วนสันบานประตูเพื่อป้องกันความชื้น กรณีจำเป็นต้องใช้งานบานประตูห้องน้ำ ต้องมีการแยกส่วนเปียกส่วนแห้ง และทาสีน้ำมันป้องกันทั้งหน้าบานและขอบบานประตู
  • โครงสร้างบานประตูHDF เป็นบานไม้ประกอบ รองรับแรงกระแทกได้น้อยกว่ากว่าบานประตูไม้จริง ที่ทำจากไม้จริงทั้งบาน

ข้อแนะนำการจัดเก็บรักษาบานประตู

  • ควรวางประตูHDFซ้อนกันในแนวนอนบนพื้นที่ยกระดับให้สูงจากพื้นประมาน 90 มม.
  • ควรมีบานรอง (Pallet) หรือวางบนไม้หมอนรอง 3 ชิ้น (บน-กลาง-ล่าง ของบานประตู) ที่มีขนาดความยาวไม่น้อยกว่าความกว้างของประตู ไม่ควรเก็บประตูHDFบนพื้นผิวโดยตรง
  • การกองเก็บประตูHDFควรมีความสูงไม่เกิน 55 บาน เพื่อป้องกันการพังทลายของกองประตู
  • ต้องไม่เก็บรักษาประตูHDFด้วยการวางในแนวนอนบนบริเวณที่เพิ่งทำการฉาบปูนหรือทาสีตัวอาคาร หรือบน บริเวณที่มีความเปียกชื้น
  • สถานที่กองเก็บควรเป็นสถานที่ที่มีหลังคาปกคลุม มีโครงสร้างที่สามารถป้องกันลมฝนและแสงแดดได้เป็นอย่างดี
  • พื้นที่วางประตูHDFต้องเรียบและควรปูวัสดุกันความชื้นจากพื้นผิว และพื้นผิวควรมีการยกระดับความสูงตามคำแนะนำของบริษัทฯ
  • การกองเก็บบานประตูHDFไม่ควรวางในแนวตั้ง และแนวตะแคง เพื่อป้องกันบานประตูHDFบิดโก่ง
  • การกองเก็บควรแบ่งแยกตามชนิดของการใช้งานประตูขนาดให้ชัดเจน เพื่อง่ายต่อการใช้งานและป้องกันการนำไปใช้งานผิดประเภท