แสดงทั้งหมด 4 ผลลัพท์

กระเป๋าเดินทาง


กระเป๋าเดินทาง

          กระเป๋าเดินทางเป็นไอเทมชิ้นสำคัญที่ไม่มีไม่ได้ เพราะในการเดินทางแต่ละครั้ง เราจำเป็นต้องนำกระเป๋าเดินทางติดตัวไปด้วยเสมอ แต่! จะเลือกกระเป๋าเดินทางอย่างไรให้เหมาะสมกับทริปและสไตล์การท่องเที่ยวของเรามากที่สุดล่ะ? ดังนั้นเราควรสำรวจจำนวนวันที่เราต้องการเดินทางก่อนเสมอ เพราะแต่ละทริปจำนวนวันในการเดินทางของเราก็ไม่เท่ากัน บางครั้งเราอาจเดินทางไปทำธุระแค่ 1-2 วัน บางครั้งก็เป็นการไปพักร้อนช่วงสุดสัปดาห์ 2-3 วัน หรือบางครั้งก็เป็นการหยุดยาวไปต่างประเทศ เที่ยวกันให้หนำใจ 7-10 วัน ระยะเวลาที่ต่างกันจึงส่งผลต่อการเลือกกระเป๋าเดินทางของเราด้วยนั่นเองค่ะ

7 วิธีเลือกกระเป๋าเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ

          สำหรับนักเดินทางแล้ว ไอเทมที่ชีวิตนี้ต้องมีคงหนีไม่พ้นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ สามารถใส่เสื้อผ้าสัมภาระได้ 3-4 วัน ยิ่งถ้าใครเดินทางบ่อยๆ กระเป๋าเดินทางนี่สำคัญมาก แต่ถ้าใครที่เพิ่งจะลองเลือกซื้อครั้งแรก แล้วไม่รู้ว่าควรเลือกอย่างไรดี วันนี้ Pegasus รวบรวมวิธีเลือกกระเป๋าเดินทางให้เหมาะสมกับคุณมาฝากกันค่ะ

         1. ไซส์หรือขนาดของกระเป๋า อันดับแรกให้เลือกจากขนาดของกระเป๋าก่อน การเดินทางของคุณครั้งนี้คุณจะไปใช้ชีวิตต่างถิ่น (ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ) กี่วัน ให้เลือกใช้ตามนั้น (กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 18-20 นิ้ว เหมาะสำหรับเดินทางประมาณ 2-4 วัน กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 24 นิ้ว เหมาะสำหรับเดินทางประมาณ 5-7 วัน กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 28 นิ้ว เหมาะสำหรับเดินทางประมาณ 1 สัปดาห์ขึ้นไป)

          2. วัสดุที่ใช้ทำกระเป๋า โดยทั่วไปกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากแบ่งได้ 2 แบบ คือ

  • แบบ Soft Case : กระเป๋าเดินทางแบบ Soft Case ส่วนใหญ่จะผลิตจากผ้าโพลีเอสเตอร์ผสมไนลอน มีคุณสมบัติยืดหยุ่นได้ดี แต่ข้อเสียคือหากใช้ไปนานๆ บวกกับการยัดของลงกระเป๋าอย่างบ้าระห่ำ รูดซิปยากเย็นบ่อยๆ อาจทำให้กระเป๋าขาดทะลุได้ ส่วนการทำความสะอาดทำได้โดยใช้ผ้าชุบน้ำแล้วเช็ดฝุ่นละอองออก นำไปผึ่งลมให้แห้งป้องกันการเกิดเชื้อรา
  • แบบ Hard Case : กระเป๋าแบบ Hard Case ผลิตจากพลาสติกคุณภาพสูง ที่มีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทกได้ดี ทนความร้อนสูง น้ำหนักเบา กันน้ำได้ และไม่ทำให้สิ่งของภายในกระเป๋าเกิดความเสียหาย ราคาแอบแพงกว่าแบบแรกนิดหน่อย


          3. เลือกตามจุดประสงค์การใช้งาน ถ้าเลือกจากจุดประสงค์ของการเดินทางนั้นๆ เป็นหลัก ก็อาจจะเลือกจากลักษณะงานที่ไป เช่น

  • เดินทางไปติดต่อเรื่องงาน ควรใช้กระเป๋าแบบ Hard Case มากกว่า เพราะทำให้คุณดูภูมิฐาน ดูดี ไม่โลว์คลาส เน้นใช้สีพื้นๆ เรียบๆ แต่หรู เช่น สีดำ สีเทา สีกรมหรือน้ำเงินเข้ม สีแดงเข้ม ไม่ควรมีลวดลายอื่นๆ มาเสริม
  • เดินทางไปเที่ยว ใช้กระเป๋าได้ทั้งแบบ Hard Case และแบบ Soft Case เลือกรูปทรงและสีสันได้ตามใจชอบ
  • เดินทางไปเรียนต่อ หรืออยู่ต่างถิ่นนานๆ เป็นเดือน อันนี้ก็สามารถใช้ได้ทั้ง 2 แบบ แต่เน้นขนาดกระเป๋าให้ใหญ่พิเศษ เน้นความทนทาน เพราะต้องหอบหิ้วสัมภาระไปจำนวนมาก


          4. ล้อกระเป๋า กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากมีทั้งแบบ 2 ล้อ และแบบ 4 ล้อ เราแนะนำว่าให้เลือกแบบ 4 ล้อจะดีกว่า เพราะสามารถหมุนได้รอบ เวลาลากกระเป๋าไปตามสถานที่ต่างๆ จะได้ลากได้ลื่นมือ ไม่มีสะดุด สะดวกต่อการใช้งาน ช่วยผ่อนแรง


          5. ช่องใส่ของภายใน กระเป๋าบางรุ่นจะมีแค่ช่องกว้างๆ ใส่ของแค่ 2 ส่วน คือ ส่วนของตัวกระเป๋า และส่วนของฝากระเป๋า แต่บางรุ่น เขาออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีช่องเล็กๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก 4-5 ช่อง เพื่อเพิ่มพื้นที่การเก็บของให้มากขึ้น ถ้าสาวๆ มีของจุกจิกเยอะ ก็แนะนำให้เลือกกระเป๋ารุ่นแบบนี้ จะสะดวกมากๆ


          6. หูหิ้วกระเป๋า หูหิ้วของกระเป๋าเดินทางควรทำมาจากวัสดุที่มีคุณภาพ มีความแข็งแรง ยืดหยุ่นดี สังเกตจากหูหิ้วของกระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก หูหิ้วควรยึดติดกระเป๋าได้เป็นอย่างดี และถ้าเป็นแบบคันชัก ก็ต้องแนบติดกับตัวกระเป๋าเดินทางเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เสียในระหว่างการเดินทาง เพราะหากคันชักเสีย กระเป๋าเดินทางจะเคลื่อนย้ายลำบาก ต้องหิ้วแทน ก็จะเพิ่มความลำบากให้การเดินทางไปอีก


          7. เลือกให้เหมาะกับตัวคุณ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ไม่ได้แปลว่าจะหนักกว่าใบเล็ก กระเป๋าเดินทางทุกขนาดจริงๆ แล้วมีน้ำหนักใกล้เคียงกัน อยู่ที่ประมาณ 3-4 กิโลกรัม บางคนก็คิดว่าไหนๆ จะซื้อแล้ว ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ ลงทุนซื้อใบใหญ่ไปเลยก็แล้วกัน อันนี้ก็ไม่ผิด แต่สำหรับบางคนที่เป็นคนตัวเล็ก หรือเป็นคนปวดหลังบ่อย เราก็ไม่แนะนำให้ซื้อใบใหญ่ ให้ใช้ใบขนาดพอดีๆ ที่คุณสามารถยกมันได้จะดีกว่า อย่างไรก็ตามการซื้อกระเป๋าเดินทาง เป็นการลงทุนไม่ใช่ความสิ้นเปลือง ถ้าเลือกดีๆ อายุการใช้งานใช้ได้นาน 4-5 ปี ก็ถือว่าคุ้มค่า


จัดกระเป๋าเดินทางอย่างไร ให้ประหยัดพื้นที่

          ก่อนไปเที่ยวมีใครรู้สึกลำบากกับการจัดกระเป๋าบ้างมั้ย แบบว่า..บางคนอยากขนชุดสวย ๆ ไปใส่ถ่ายรูปเก๋ ๆ แต่ก็เอาไปเกินความจำเป็นทุกที บางคนกลัวว่าจะเอาของไปไม่พอใช้หรือเอาไปไม่ครบ แต่ของที่คุณเอาไปอาจจะไม่ได้ใช้และทำให้น้ำหนักกระเป๋าเกินก็ได้ หรือคนไหนจะไปเที่ยวกันเป็นครอบครัว พื้นที่กระเป๋าส่วนนึง ต้องแบ่งให้ลูกจะจัดกระเป๋ายังไงดี หรือแม้แต่บางคนที่อยากไปเที่ยวแบบ backpack ต้องจัดกระเป๋ายังไงให้ได้ใช้พื้นที่อย่างเกิดประโยชน์ที่สุด และยังมีอีกร้อยแปดเหตุผลเกี่ยวกับพื้นที่ในการจัดกระเป๋าไปเที่ยว ...อย่ากังวลไป คุณจะผ่านด่านจัดกระเป๋าอันหฤโหดนี้ไปได้ด้วยดีแน่นอน เพราะ BnB home หาทริคจัดกระเป๋าเที่ยวปีใหม่ จัดยังไงให้ประหยัดพื้นที่มาฝากคุณแล้ว

วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง

  1. ม้วนเสื้อผ้าชิ้นบาง เพื่อประหยัดพื้นที่ และช่วยลดการเกิดรอยยับ ม้วนได้กับทั้งเสื้อยืด (เหมาะสุด ๆ) กางเกงที่ไม่หนามาก ผ้าขนหนู วิธีม้วน คือ วางเสื้อผ้าที่จะม้วนไว้บนพื้นเรียบ แล้วพับครึ่ง จากนั้นก็ทำการม้วน โดยม้วนจากบนไล่ลงมาที่ปลาย เป็นอันเรียบร้อย
  2. ซีลเสื้อผ้าชิ้นหนา ในถุงซิปล็อค เช่น เสื้อกันหนาว ถ้าพับแล้วใส่ลงในกระเป๋าเลย ความใหญ่ฟูของผ้าทำให้เสียพื้นที่ไป จึงควรเพิ่มพื้นที่ให้กระเป๋าเดินทาง โดยใส่เสื้อผ้าชิ้นหนาลงในถุงซิปล็อค จากนั้นให้รีดอากาศออกให้หมด จนถุงฟีบแบน ก็ให้ปิดปากถุงให้เรียบร้อย
  3. แยกชุดชั้นใน ไว้ในกระเป๋าเล็กอีกใบ เพื่อความเป็นสัดเป็นส่วน หยิบใช้ได้สะดวก สำหรับผู้หญิง เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อชั้นในเสียทรง ให้พับกางเกงชั้นในใส่ไปตรงช่องว่าง
  4. จัดหมวดหมู่ของ แล้วแยกใส่กระเป๋าแต่ละใบ เช่น อุปกรณ์ใช้ในห้องน้ำ และครีมบำรุงผิว/ เครื่องสำอาง/ ยา แยกเก็บใส่กระเป๋าตามหมวดหมู่ อุปกรณ์ไฟฟ้าและสายชาร์จต่าง ๆ ม้วนเก็บไว้ในกล่องแว่นอันเก่าก็ได้ เครื่องประดับ สามารถแยกใส่กล่องยาได้ เพื่อให้จัดเก็บเป็นระเบียบและหยิบใช้ได้ง่าย และหากคุณพกน้ำหอมที่เป็นขวดแก้วหรือของที่แตกง่ายไปด้วย แนะนำให้เอาของพวกนั้นใส่ไว้ในถุงเท้า และใส่เข้าไปในรองเท้าอีกชั้น เพื่อป้องกันการกระแทกและเป็นการใช้ทุกพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ได้ อีกทั้งยังช่วยรักษารูปทรงของรองเท้าได้ด้วย
  5. จัดเรียงของเข้ากระเป๋าเดินทาง โดยใช้หลักพิรามิด วางของที่มีความหนาหรือมีน้ำหนักมากไว้ด้านล่าง เพื่อให้ฐานแน่น แล้วค่อย ๆ เรียงของเล็ก ๆ ไว้ด้านบน วิธีการ คือ กางกระเป๋าเดินทางไว้บนพื้นเรียบ จัดเรียงม้วนเสื้อผ้าให้เต็มพื้นที่ก้นกระเป๋า จากนั้นวางกางเกงขายาวที่พับครึ่ง เรียงยาวตามแนวยาวของกระเป๋าเดินทาง แล้วจัดเรียงพวกกระเป๋าของใช้ต่าง ๆ แต่ละใบลงไปบนกางเกง เมื่อจัดเรียงเรียบร้อยแล้ว ให้พับขากางเกงเข้าหากันที่ตรงกลางกระเป๋า จะช่วยให้กางเกงห่อหุ้มของที่อยู่กลางกระเป๋าได้
  6. ถุงหรือกระเป๋าแยกเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว อย่าลืมพกไปด้วย จะได้ใช้แยกผ้าสะอาดออกจากผ้าที่ใช้แล้ว ถุงนี้อาจเป็นถุงผ้าตะข่ายเพื่อระบายอากาศ จะได้ไม่มีกลิ่นอับของเสื้อผ้า หรือถ้าใครยังกังวลว่าถุงผ้าตะข่ายจะทำให้ผ้าสะอาดปะปนกับผ้าที่ใช้แล้วอยู่ ก็สามารถเลือกหาถุงใส่ผ้าแบบที่ไม่ใช่ตาข่าย แต่เป็นถุงที่สามารถระบายอากาศได้ดีก็ได้ กระเป๋าเดินทางจะได้ไม่มีกลิ่นอับ
  7. เติมเต็มพื้นที่ว่างในกระเป๋าเดินทาง ไม่อย่างงั้นจะทำให้สิ่งของต่าง ๆ ในกระเป๋าเดินทางเคลื่อนย้าย กระจัดกระจาย ไม่เป็นระเบียบได้ค่ะ จึงควรหาสิ่งของมาอุดพื้นที่ว่างให้เต็ม อาจเป็นหมอนรองคอแบบเป่าลม หรือกระเป๋า Tote bag ที่สามารถพับเก็บและคลี่ออกมาใช้งานเมื่อจำเป็นได้ หากขากลับต้องการใช้พื้นที่ในกระเป๋าเดินทาง เราก็สามารถเอาลมออกจากหมอนรองคอแล้วพับเก็บ กระเป๋า Tote bag ก็คลี่ออกมาใส่ของฝากหรือของที่ช้อปปิ้งมาก็ยังได้ พื้นที่ในกระเป๋าเดินทางก็เพิ่มขึ้นอีก

แวะชมสินค้าของเราได้ที่ www.homehub.co.th

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ดีในการใช้งานเว็บไซต์ อ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้