เลือกอุปกรณ์ประปาอย่างไร? ให้ประหยัดและไร้ปัญหาตามมา

ปัญหาน้ำรั่วซึม  เป็นปัญหาที่พบเจอบ่อยในที่พักอาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคารทั่วไป หรือแม้แต่ห้องในคอนโด และเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก  เนื่องจากประปาส่วนมากมักจะถูกฝังอยู่ใต้พื้นหรือในผนัง การซ่อมแต่ละทีต้องรื้อ  ทุบ  ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบานปลาย ดังนั้นเราควรใส่ใจในอุปกรณ์ที่เลือกใช้กับระบบประปา ทั้งระบบน้ำดี และระบบประปาน้ำทิ้ง ไม่จำเป็นต้องใช้ของแพงที่สุดแต่ให้เลือกใช้ของที่เหมาะกับประเภทงานที่ใช้                                                                                                                                      

ท่อPVC

ท่อพีวีซีสีฟ้าที่พบเห็นทั่วไป มองดูเผินๆไม่แตกต่างกัน แต่ที่จริงแล้วแตกต่างกันในเรื่องของชั้นคุณภาพ ซึ่งถ้าหากเราไม่เลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ก็เตรียมตัวรับมือกับปัญหาท่อแตกรั่วซึมที่จะตามมาได้เลย โดยท่อพีวีซีทั่วไปในท้องตลาด  แบ่งเป็น 3 ชั้นคุณภาพตามความสามารถในการทนแรงดันน้ำ ได้แก่ ชั้น 5, ชั้น 8.5, ชั้น 13.5 บาร์  โดย

  • ท่อชั้นคุณภาพ 5 เหมาะแก่การใช้งานท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นระบบที่มีแรงดันไม่มากเป็นแรงดันที่ไหลมากตามธรรมชาติ
  • ท่อชั้นคุณภาพ 8.5 เป็นท่อที่เหมาะกับการประปาน้ำดี ในบ้านและอาคารทั่วไปที่ทีการรับแรงดันที่เกิดจากปั๊มน้ำ
  • ท่อชั้นคุณภาพ 13.5 จะเหมาะกับงานใช้ปั๊มที่แรงดันสูง เช่น คอนโด โรงแรม

คุณสมบัติเด่น ท่อ PVC

  1. ทนทานต่อแรงดันและแรงกด มีความเหนียว ยืดหยุ่นตัวดี และผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรม จึงสามารถทนแรงดันน้ำภายในท่อ และแรงกดนอกเส้นท่อได้เป็นอย่างดี
  2. ทนต่อสภาพกรดด่าง ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดและด่างอ่อน จึงหมดปัญหาเรื่องสนิมกัดกร่อน ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนาน
  3. ปราศจากสารพิษ น้ำที่ได้จึงไม่มีสารปนเปื้อนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสี กลิ่น รส
  4. ไม่เป็นสนิม ไม่รั่ว ไม่เปราะ
  5. เป็นท่อ อโลหะ จึงไม่เป็นตัวนำไฟฟ้าเมื่อเกิดกระแสไฟฟ้ารั่ว
  6. ทนทานต่อแสงอุลตร้าไวโอเล็ต (UV) การผสมปริมาณไทเทเนี่ยมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) ที่เหมาะสม จึงสามารถป้องกันรังสี UV ที่ทำให้เกิดการแตกกรอบ
  7. น้ำหนักเบา น้ำหนักเบากว่าท่อเหล็กชุบสังกะสีถึง 5 เท่า
  8. มาตรฐาน มอก. ได้รับรองมาตรฐานกระทรวงอุตสาหกรรม มอก.
  9. ความยาวมาตรฐานของท่อ 4 เมตร

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ท่อ PVC สีฟ้า คือ ท่อที่คนส่วนใหญ่คุ้นหู คุ้นตา มากที่สุด และนิยมนำไปใช้ในงานระบบสุขาภิบาลภายในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นงานที่ต้องใช้รับแรงดันน้ำสูงหรือใช้กับปั๊มน้ำ ซึ่งมีขนาดของชั้นท่อให้เลือกตามความเหมาะสม ตั้งแต่ชั้นคุณภาพ 5, 8.5, 13.5 ตามลำดับ

  • ท่อPVC สีฟ้า ชั้นคุณภาพ 5 หมายถึง ความสารถในการรับแรงดันน้ำได้ปริมาณ 5 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
  • ท่อPVC สีฟ้า ชั้นคุณภาพ 5 หมายถึง ความสารถในการรับแรงดันน้ำได้ปริมาณ 8.5 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
  • ท่อPVC สีฟ้า ชั้นคุณภาพ 5 หมายถึง ความสารถในการรับแรงดันน้ำได้ปริมาณ 13.5 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
  • (ภายใต้อุณภูมิที่ 27 องศาเซลเซียส)

น้ำยาประสานท่อพีวีซี การต่อท่อและข้อต่อพีวีซีสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด 

  1. ท่อน้ำดี ส่วนใหญ่จะมีแรงดันสูง 5 บาร์ขึ้นไป (ผ่านปั๊มน้ำ)
  2. ท่อน้ำทิ้งทั่วไป มักจะมีแรงดันสูงไม่เกิน 5 บาร์ (ไหลตามธรรมชาติ)

การต่อกับอุปกรณ์ข้อต่อจะต้องใช้น้ำยาประสานท่อพีวีซี (กาวทาท่อ) ที่ต่างกัน โดยหลักการคือ ท่อที่มีแรงดันจะใช้

น้ำยาประสานท่อพีวีซีชนิดบรรจุในหลอด ซึ่งจะมีความเข้มสูง มีประสิทธิภาพในการละลายผิวท่อกับอุปกรณ์ ให้ติดเป็นเนื้อเดียวกัน นอกจากนี้ยังเหมาะกับงานซ่อมแซมเองจากน้ำยามีความเข้มข้นสูงทำให้แห้งไว้  สามารถใช้งานได้รวดเร็ว  ส่วนการต่อท่อที่ไม่มีแรงดัน จะใช้

น้ำยาประสานท่อพีวีซีชนิดบรรจุกระป๋อง ซึ่งน้ำยาใสกว่าชนิดแรกและราคาถูกกว่า มีประสิทธิภาพในการละลายเนื้อพีวีซีเหมือนกัน แต่ระยะเวลาในการแห้งช้ากว่าแบบเข้มข้น จึงเหมาะกับการใช้งานระบายน้ำที่ใช้ท่อขนาดใหญ่ที่จะช่วยยืดระยะเวลาในการปรับแต่งท่อดีกว่า ซึ่งหากใช้น้ำยาชนิดใสไปทาท่อที่มีแรงดัน หากท่อต้องอยู่กลางแจ้งถูกแดดเผานานๆ ท่ออาจจะหลุด รั่วได้ง่าย ในขณะที่หากใช้น้ำยาชนิดเข้มข้นมาทาท่อน้ำทิ้งก็ได้แต่ก็จะสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

อุปกรณ์ข้อต่อพีวีซี  

การเลือกใช้อุปกรณ์ข้อต่อที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งานก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำรั่วซึมได้ โดยเฉพาะบริเวณก๊อกน้ำ หรือจุดจ่ายน้ำเข้าอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน ควรเลือกใช้ ข้อต่อเกลียวในทองเหลือง ในการเชื่อมต่อแทนข้อต่อเกลียวในเป็นพีวีซีธรรมดา เพราะทนทานต่อการสึกหรอจากการติดตั้งอุปกรณ์เป็นเกลียวเหล็ก เช่น ก๊อก ได้มากกว่าเกลียวในพีวีซี  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น